มีคนถามผมบ่อยว่า เรียนสัตวแพทย์ก็หนักจะตายอยู่แล้ว ทำไมยังไปนั่งเขียนเว็บเขียนแอปอีก
คำตอบสั้น ๆ คือผมเขียนเพราะมันแก้ปัญหาที่ผมเจอเองทุกวัน ไม่ได้เริ่มจากอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่เริ่มจากหงุดหงิดกับอะไรบางอย่างแล้วไม่มีใครทำให้
เริ่มจากข้อสอบ
ตอนปีต้น ๆ ผมกับเพื่อนอ่านหนังสือสอบกันแบบงู ๆ ปลา ๆ ข้อสอบเก่ากระจัดกระจาย โน้ตอยู่คนละที่ สรุปของรุ่นพี่ก็หายาก ผมเลยลองทำที่รวบข้อสอบให้ตัวเองก่อน ทำไปทำมามันกลายเป็น VetMock ที่ตอนนี้รุ่นผมใช้กันทั้งรุ่น มีคำถามพันเจ็ดร้อยกว่าข้อ เจ็ดวิชา
ผมไม่ได้วางแผนว่าจะให้มันใหญ่ขนาดนี้ มันแค่โตขึ้นทีละนิดเพราะมีคนใช้จริงแล้วบอกว่าอยากได้อะไรเพิ่ม
แล้วก็ลามไปเรื่อย
พอทำเป็น ปัญหาอื่นที่เคยปล่อยผ่านก็เริ่มสะกิดตา หมาแมวจรแถวคณะไม่มีใครจดว่าตัวไหนทำหมันแล้ว ก็เลยเป็น Hanong งานเอกสารของสโมสรนิสิตวุ่นวายเพราะทำมือทุกอย่าง ก็เลยเป็น CUVETSMO Labs ที่ตอนนี้มีเว็บย่อยสิบกว่าตัว ตั้งแต่ผู้ช่วย AI ไปจนถึงโปรแกรมดูภาพ DICOM
ทุกอันหน้าตาไม่เหมือนกันเลย เพราะมันเกิดจากปัญหาคนละแบบ ไม่ได้เกิดจากแผนสวยหรู
ทำไมต้องมีเว็บตัวเอง
พอของพวกนี้เริ่มมีคนใช้ ผมเจอปัญหาใหม่ คนหาผมไม่เจอ พิมพ์ “อนุทิน ดาน้อย” ใน Google แล้วเจอนายกฯ อนุทิน ก่อน (คนละคนกันนะครับ คนละนามสกุลเลย) งานที่ผมทำกระจายอยู่หลายที่จนไม่มีตรงกลางที่บอกว่าทั้งหมดนี้คือคนเดียวกัน
เว็บนี้เลยเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นบ้านหลังกลาง ที่ไหนก็ลิงก์กลับมาที่นี่ได้ ใครอยากรู้ว่าผมทำอะไรบ้างก็มาดูที่เดียวจบ
สิ่งที่ได้เรียนรู้
อย่างแรกคือของที่มีคนใช้จริงสอนเราเยอะกว่าของที่ทำให้สวยแล้วทิ้งไว้เฉย ๆ ทุกฟีเจอร์ใน VetMock มาจากเพื่อนบ่นทั้งนั้น
อย่างที่สองคือไม่ต้องรอให้พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมปล่อยของห่วย ๆ ออกไปก่อนแล้วค่อยแก้ตามที่คนใช้บอก เร็วกว่านั่งคิดเองคนเดียวเยอะ
แล้วก็เรื่องเรียนหมอสัตว์กับเขียนโค้ด สำหรับผมมันไม่ได้แยกกัน ความเข้าใจว่าเพื่อนติดปัญหาตรงไหนเวลาอ่านสอบ มาจากการที่ผมก็เป็นนิสิตที่ติดปัญหาเดียวกัน ถ้าผมไม่ได้เรียนคลินิกอยู่ ผมคงทำ VetMock ให้ดีขนาดนี้ไม่ได้
ตอนนี้ผมยังปีสี่ ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากทำ แต่ถ้าจะให้สรุปว่าทำไมทำสองอย่างพร้อมกัน คำตอบก็คือ มันเป็นเรื่องเดียวกันมาตลอด แค่คนละหน้าจอ
— ปาล์ม